จัดเลี้ยงนอกสถานที่ เปรียบเทียบอย่างไรให้ได้สถานที่จัดเลี้ยงที่ดี

จัดเลี้ยงนอกสถานที่ เปรียบเทียบอย่างไรให้ได้สถานที่จัดเลี้ยงที่ดี การเลือกสถานที่จัดเลี้ยง ถือเป็นงานหนึ่งที่มีความสำคัญในการจัดเตรียมงานแต่ง เพราะสถานที่จัดงาน เลี้ยงจะเชื่อมโยงไปถึงอุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้การจัดเตรียมอาหาร เครื่องดื่ม สันทนาการ ความบันเทิงต่างๆ และรวมถึงพิธีกรจัดงานด้วย ถ้าหากบังเอิญโชคดีในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาก่อนคุณสองคนจะตกลงปลงใจจะแต่งงานกัน

คุณมีโอกาสได้ผ่านเข้าไปสัมผัสกับธุระการจัดเตรียมเรื่องการแต่งงานมาบ้างไม่ว่าจะเป็นงานแต่งของญาติพี่น้องเพื่อนฝูงการเลือกสถานที่จัดเลี้ยง ก็คงไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตนักสำหรับคุณ แต่ถ้าในหัวของคุณว่างเปล่า ไม่มีอะไรมากไปกว่าความคิดที่ว่า “เราจะแต่งงานกันนะ” กรณีนี้การสำรวจสถานที่ต่างๆ และศึกษาถึงการให้บริการจัดเตรียมสถานที่จะช่วยให้คุณได้สถานที่จัดงานตามที่วาดฝันเอาไว้

เลือกสถานที่จัดงานได้จากที่ไหน

แน่นอน คุณคงไม่มีเวลามากมายพอที่จะมาเลือกเฟ้นสถานที่ที่จะเนรมิตงานแต่งตามฝันของคุณได้ และคงจะเป็นการง่ายกว่ามากถ้าคุณจะเปลี่ยนวิธีการย่ำเดินสำรวจหาสถานที่จัดเลี้ยงตามแหล่งต่างๆ ด้วยตัวคุณเอง แล้วหยิบ Yellow Pages ในบ้านมากางหน้าที่เกี่ยวกับสถานที่จัดเลี้ยง แล้วก็ไล่นิ้วไปตามรายชื่อนั้นบนไดเร็กทอรี่ เป็นวิธีง่ายๆ ที่จะค้นหาสถานที่จัดงานที่มีอยู่มากมายหลากหลายสไตล์ที่คุณสามารถเลือกให้ตรงตามรูปแบบการจัดงาน งบประมาณ และความสะดวกของคุณและแขกที่มาร่วมงานแต่งของคุณได้

หรือจะให้ดี คุณก็ลองปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญที่มีวิถีชีวิตคลุกคลีอยู่ในวงการการแต่งงาน หรือการจัดงานเลี้ยงรับรองต่างๆ บุคคลพวกนี้โดยทั่วไปมักจะเคยพบเห็นจนจำขึ้นใจ หรือเคยผ่านงานในสถานที่จัดงานมามาก ที่ ในรอบรัศมีไม่กี่ไมล์ คุณลองโทรไปคุย ทำทีว่าจะใช้บริการ และเก็บเกี่ยวประสบการณ์เหล่านั้นเอาไว้สิ่งที่คุณ จะได้นอกเหนือจากสถานที่จัดงานดีๆ แล้วยังเป็นการตรวจสอบประสบการณ์การทำงานของเขาอีกด้วย เช่น คุณลองถามช่างภาพดูว่างานแต่งไหนบ้างที่เขาไปถ่ายแล้วรู้สึกชอบที่สุด ที่ไหน และทำไม

เปรียบเทียบอย่างไรให้ได้สถานที่จัดเลี้ยงที่ดี

เอาล่ะตอนนี้คุณคงรู้แล้วว่าจะมองหาสถานที่จัดงานเลี้ยงดีๆ ได้ที่ไหน คราวนี้คุณก็จะต้องรู้วิธีการเลือก เพื่อให้ได้สถานที่ที่ดีที่สุด สำหรับงานเลี้ยงรับรองงานสมรสของคุณ นอกเหนือจากความรู้สึกในขณะที่คุณได้เห็นสถานที่ที่คุณคิดว่าเหมาะสมแล้วในขณะนั้นการเลือกสถานที่ก็เหมือนกับการเลือกคู่ คุณไม่ควรมองผิวเผินเพียงแค่ความหนูหราภายนอก ต่อไปนี้คือข้อแนะนำที่คุณสามารถนำไปใช้ในการเลือกสถานที่จัดงานเลี้ยงได้

พื้นที่ว่างกว้างพอรองรับกิจกรรมของแขกที่มาร่วมงาน

ลำดับแรก ต้องให้แน่ใจว่า สถานที่จัดงานมีขนาดพื้นที่เพียงพอคุณอย่าเพิ่งด่วนตัดสินว่าห้องเปล่าๆ ที่คุณเห็นในวันที่คุณไปเดินสำรวจ จะมีขนาดกว้างขวางพอ พึงระลึกไว้ว่า เมื่องานจริงมาถึง สารพัดเครื่องประกอบมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โต๊ะ เก้าอี้ บุฟเฟต์ บาร์ วงดนตรี ดีเจ หรือเวทีเต้นรำ เหล่านี้จะเต็มพื้นที่ไปหมดนี่ยังไม่รวมแขกของคุณเลยนะ ซึ่งคงจะต้องมีใครสักคนที่ต้องยืนร่วมแสดงความยินดีกับคุณทั้งคู่ อยู่ด้านนอกห้องจัดเลี้ยงเป็นแน่ถ้าหากคุณไม่กะพื้นที่เอาไว้ให้ดี

วิธีที่ดีที่สุด ที่จะกำหนดบริเวณจัดงาน ลองไปตรวจสอบสถานที่ที่คุณเล็งเอาไว้ด้วยตัวเอง เลือกไป ตอนที่เขามีการจัดงานเลี้ยงอื่นอยู่ เมื่อไปถึงลองกวาดตาไปรอบๆ แล้วคำนวณดุคร่าวๆ ซิว่า เขามีแขกกี่คน สภาพของสถานที่ที่นั้นเมื่อมีการจัดวางข้าวของเต็มอัตราศึกและเป็นอย่างไร เพียงพอรับแขกหรือไม่ดูแออัดไปไหม

สถานที่จอดรถ

ให้แน่ใจว่าใกล้งานเลี้ยงรับรอง มีที่จอดรถขนาดใหญ่เพียงพอรองรับแขกที่จะมาร่วมงานแต่งของคุณ ได้ ถ้าหากบังเอิญว่าคุณไปโดนใจสถานที่ที่มีปัญหาเรื่องลานจอดรถก็ลองมองหาทางแก้อื่นดู เช่น หารถรับ-ส่งแขกจากจุดที่แขกสามารถจอดรถได้โดยสะดวก และนำพามายังสถานที่จัดงานเลี้ยงรับรองจริงอยู่ที่ว่าสถานที่จอดรถไม่ใช่เรื่องสำคัญถึงขั้นคอขาดบาดตายแต่ก็มีผลให้แขกต้องเสียเวลา และเงินทองไปโดยใช่เหตุ

ความเป็นส่วนตัวในสถานที่จัดงาน

ถ้าหากคุณแก้ปัญหาเรื่องความคับแคนด้วยการหันมาเลือกจัดงานบนสถานที่กลางแจ้งซะเลย อย่าคิดว่าปัญหาจะหมดไปซะล่ะ เพราะสถานที่กลางแจ้ง อาจเพลาปัญหาเรื่องความคับแคบให้กับคุณ แต่อาจเพิ่มปัญหา เรื่องความเป็นส่วนตัวของงานได้บางทีสำหรับอาหารที่คุณคิดว่าคำนวณไว้ซะดิบดี หรือของชำร่วยที่ว่าเผื่อเอาไว้แล้ว ไหวถึงพร่องไปก่อนแขกคนคุ้นเคยจะมา พอหันไปรอบๆ ก็มีอันได้ประสานสายตา กับแขกมากหน้าที่ไม่ คุ้นตาเอาเสียเลย นั่นเพราะสถานที่กลางแจ้ง เปิดกว้างต้อนรับเอาคนแปลกหน้าที่คุณไม่รู้จักเข้ามาร่วมสังสรรค์ยินดีกับคุณทั้งคู่ด้วยนั่นเอง ดังนั้นในการจัดงานเลี้ยงในสถานที่เปิดโล่ง คุณควรติดป้ายแสดงอาณาบริเวณที่สงวนไว้ สำหรับความเป็นสัดส่วนของงานเลี้ยงของคุณ ในกรณีที่คุณเลือกจัดในสโมสร หอประชุม หรือสถานที่ที่มีการแบ่งซอยให้เช่าจัดงาน คุณควรเช็กกับเจ้าของหรือคนดูแลสถานที่สักนิดเพื่อให้แน่ใจว่าในวันงานของคุณจะไม่มีงานคอนเสิร์ตมหาร็อก จัดอยู่ข้างๆ งานให้เสียฤกษ์โรแมนติก ที่อุตส่าห์ตั้งใจจัดซะดิบดีไป

กรณีอย่างนี้อาจไม่เกิดขึ้น ถ้าหารคุณเลือกจัดในโรงแรมระดับหลายๆ ดาว แต่นั่นหมายถึงคุณจะต้องควักเงินในกระเป๋าจ่ายมากขึ้น เพื่อความเป็นส่วนตัวของงานแต่งของคุณ อ้อเกือบลืมไปว่า ถ้าคุณคิดจะจัดงานในโรงแรม คุณจะต้องจองพื้นที่ล่วงหน้าเอาไว้นานหน่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงปลายๆ ปี เพราะเป็นช่วงที่มีงานรื่นเริง สังสรรค์จำนวนมากหรือถ้าเป็นไปได้ คุณควรเลี่ยงไปจัดงานช่วงอื่นจะดีกว่า เพราะนอกจากคุณจะมีเวลา ในการไตร่ตรอง เพื่อการตัดสินใจที่ดีที่สุดเนื่องจากไม่จำเป็นต้องจองพื้นที่ล่วงหน้าเผื่อเวลาเอาไว้นานแล้วในช่วงนั้น ค่าเช่าสถานที่ยังถูกเอามากๆ ด้วย

ตรวจสอบสภาพดินฟ้าอากาศ

เรื่องฝนจะตก ฟ้าจะร้อง คงเป็นไปได้ยากที่จะห้ามปรามหรือพยากรณ์ได้แม่นยำ อีกทั้งถ้าคุณเคร่งครัดกับฤกษ์ยาม ยิ่งหนีไม่พ้น ดังนั้นขอแนะนำว่า ถ้าหากฤกษ์ยามของคุณ บังเอิญถูกโฉลกกับฟ้าฝน ก็จงเลือกสถานที่จัดงานที่อยู่ภายในร่ม มีผนังและหลังคาปกปิดมิคชิด อย่างในโรงแรม สโมสร หอประชุม สมาคมต่างๆ ดีกว่า

โดยเลือกสถานที่ที่การจราจรสะดวกเพราะแน่นอนว่าวันที่ฝนตกรถจะติดกันเป็นแพ ให้ดีไปกว่านั้น คุณก็ลองคำนวณคร่าวๆ ว่าแขกส่วนใหญ่ของคุณ พักอยู่โซนไหนก็เลือกจัดซะแถวนั้น ส่วนแขกคนอื่นๆ ถ้าเขารักคุณจริง เขาก็คงตามมาร่วมแสดงความยินดีกับคุณทั้งคู่เองแหละ ถ้าหากคุณเลือกจัดงานบริเวณที่โล่งแจ้ง โดยที่ได้ตรวจสอบสภาพดินฟ้าอากาศไว้แล้ว ก็อย่านิ่งนอนใจ เตรียมทางหนีที่ไล่เอาไว้ดีกว่า จัดให้มีบางส่วนที่มีเต็นท์ผ้าใบรองรับแขกของคุณ ยามฟ้าฝนไม่ต้องยืนร้อง “ไชโย” เพื่อแสดงความยินดีกับคุณท่ามกลางสายฝนแน่นอน

เจรจาต่อรอง ต้องทำอย่างไร

เอาล่ะ ทีนี้คุณคงพอจะสังเขปรายการเป็นหางว่าวของคุณให้เหลือเพียงที่เข้าตา และตรงตามข้อกำหนดที่คุณตั้งเอาไว้เพื่อความสะดวก และเหมาะสมกับงานแต่งของคุณ ซึ่งถึงตอนนี้คุณเองก็พอจะทราบแล้วว่าจะต้องตั้งข้อกำหนดอะไรไว้บ้างคราวนี้ก็ถึงข้อปฏิบัติภาคสนามแล้วล่ะ นั่นคือ คุณจะต้องติดต่อกับเจ้าของ หรือผู้ดูแลสถานที่ ที่คุณหมายตาว่าจะจัดงานแต่งขึ้นที่นั่น จัดการโทรนัดเขาเสียให้เรียบร้อย (ขอย้ำว่า ก่อนคุณจะโทรไปนัด คุณได้ซักถามเขาพอสมควรจนทราบรายละเอียดคร่าวๆ เกี่ยวกับสถานที่นั้นๆ พอสมควรแล้ว)

ก่อนตัดสินใจทำสัญญา

สิ่งแรกที่คุณจะต้องทำ เมื่อไปถึงที่นัดหมาย คือ พยายามให้ตัวเองได้พอกับบุคคลผู้ที่จะประสานงานกับคุณตลอดระยะเวลาที่คุณได้ตกลงเช่าสถานที่ จนกระทั่งงานแต่งของคุณผ่านพ้นไปด้วยดี ลองสังเกตดูว่าเขากระตือรือร้นให้บริการคุณ หรือมีปฏิกิริยาอย่างไรกับคำถามจู้จี้ของคุณ เพราะถ้าหากคุณไม่สามารถคุยกับเขาได้อย่างเข้าใจตรงกัน ทำนายได้ว่างานแต่งของคุณก็คงไม่พ้นปัญหายุ่งยากแน่นอน แต่เมื่อคุณพอใจกับบริการของเขา และถูกใจสถานที่ ขั้นตอนต่อไปก็เจรจาทำสัญญาได้เลย

ราคาควรเป็นอย่างไร

ค่าเช่าสถานที่จัดงานดูเหมือนว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่สุด ในการจัดงานแต่งงาน โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง ถ้าหากคุณนำไปรวมกับค่าอาหารเลี้ยงรับรอง แน่นอนว่ามันไม่จริงเสมอไปเพราะค่าสถานที่จัดงาน อาจเป็นค่าใช้จ่ายที่คุณเสียน้อยที่สุดก็ได้ถ้าหากคุณเลือกจัดบริเวณที่สาธารณะ หรือสถานที่ราชการรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานต่างๆ ที่มีสถานที่กว้างขวาง และเหมาะสมพอ ซึ่งตรงนั้นคุณจะเสียเงินจ่ายเพียงแค่ค่าธรรมเนียม นิดหน่อยเท่านั้น และสามารถประหยัดเงินไปได้เกือบ 70% จากที่คุณจะไปจัดงานในโรงแรมหรูระดับมากดาว แค่นั่นล่ะนะ ได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง การเลือกจัดในสถานที่เหล่านี้ คุณอาจต้องเหนื่อยกับเรื่องของการตกแต่งสถานที่ การจัดหาอุปกรณ์ ข้าวของเครื่องใช้ เวที ดอกไม้ จิปาถะ ทั้งหมดเอง อย่างไรก็ตาม คุณอาจเลือกเช่าเฉพาะสถานที่ แล้วเลือกใช้บริการร้านอาหารที่ถูกใจเอง จากนั้นก็สอบถามเรื่องจิปาถะที่จำเป็นสำหรับงานแต่งงาน เอาจากร้านอาหารก็ได้ (พวกนี้โดยส่วนใหญ่จะมีประสบการณ์ช่ำชอง ที่คุณคงไม่ผิดหวังแน่ ถ้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติม)

คุณควรทำรายการต่างๆ ที่เป็นข้อเสนอ ความต้องการ และสิ่งจำเป็นที่คุณควรจะได้จากสถานที่จัดงานนั้นๆ เพื่อนำมาตั้งคำถามเอากับเจ้าของสถานที่ เพื่อตรวจสอบดูข้อเสนอต่างๆ ที่คุณจะได้รับ และทำการเปรียบเทียบกับอีกหลายๆ แห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของราคา ถ้าหากคุณเกิดไปถูกใจสถานที่จัดเลี้ยง ที่คิดค่าเช่าที่แพงกว่า คุณก็สามารถเจรจาต่อรองในเรื่องอื่นๆ แทนได้ เช่น การขอบริการเพิ่มเติมในส่วนของเวที ไมโครโฟน หรือซุ้มดอกไม้บนเวที

สิ่งที่ควรรู้ ก่อนตัดสินใจเลือกสถานที่

ก่อนคุณตัดสินใจเซ็นสัญญาตกลงเช่าสถานที่จัดงานเลี้ยงรับรองงานแต่ง คุณควรตรวจสอบสิ่งสำคัญเหล่านี้ และทำการเปรียบเทียบให้ดีเสียก่อน

– ค่าเช่าสถานที่เป็นเท่าไร และจะต้องจ่ายอย่างไร

– มีราคาที่เป็นแบบแพ็กเกจ หรือไม่ ในแพ็กเกจจะมีอะไรบ้าง

– คุณสามารถใช้เวลาอยู่ในงานได้นานเท่าไร ต้องเสียค่าเกินเวลาเพิ่มเติมหรือไม่ ในกรณีที่คุณจำ

จะต้องอยู่นานกว่าที่ตกลงกันไว้

– ก่อนและหลังงานเลี้ยงของคุณ จะมีงานอื่นต่อคิวอยู่หรือไม่ พนักงานของสถานที่มีเวลาในการ

จัดเตรียมสถานที่เพียงพอแค่ไหน และมีโอกาสที่งานจะชนกันหรือไม่

– คุณสามารถเคลื่อนย้ายสิ่งของบางอย่างที่คุณไม่ต้องการออกไปจากบริเวณจัดงาน และนำเอาของ

ตกแต่งของคุณมาไว้ในบริเวณจัดงานได้หรือไม่

– อุปกรณ์ต่างๆ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ จาน แก้ว คุณจะต้องเป็นผู้จัดหามาเอง หรือสถานที่จัดเลี้ยงมาเตรียม

ไว้ให้ (ตรงนี้คุณสามารถนำมาเป็นปัจจัยในการต่อรองราคาได้)

– มีบริการด้านการจัดเตรียมอาหารให้หรือไม่ หรือคุณจะต้องติดต่อหามาเอง คุณสามารถใช้บริการ

ของธุรกิจจัดเลี้ยงภายนอกได้หรือไม่ หรือคุณจะต้องใช้บริการของแผนกจัดเลี้ยงของสถานที่นั้น

– มีครัว หรืออุปกรณ์เพื่อใช้ในการปรุงอาหารหรือไม่ (ตรงส่วนนี้คุณอาจถูกคิดค่าบริการเพิ่มเติม)

– ที่จอดรถ ฟรีหรือไม่ ถ้าไม่ จะต้องเสียค่าบริการจอดรถเท่าไร (ตรงส่วนนี้คุณอาจให้เหมาจ่ายรวม

ไปกับค่าเช่าสถานที่ได้ เพื่อที่แขกที่มาร่วมงานคุณไม่ต้องจ่ายเอง)

– ห้องน้ำ มีเพียงพอกับจำนวนแขกที่คุณตั้งใจจะเชิญมาหรือไม่ สะอาดพอหรือไม่

– มีห้องพักส่วนตัว ที่แยกออกจากห้องโถงที่ใช้จัดงานหรือไม่ เพื่อที่คุณสองคนจะได้พักผ่อน หรือ

อยู่ตามลำพังสักพัก

– เงื่อนไข หรือกฎระเบียบของสถานที่เป็นอย่างไร อาทิเช่น คุณสามารถ หรือไม่สามารถเล่นเพลง

ในลักษณะใด หรือจะเล่นดนตรีได้ในเวลาที่จำกัดเท่าใด

– ถ้าหากจะต้องมีคนคอยดูแลความเรียบร้อย ซึ่งเป็นคนของสถานที่จัดเลี้ยงนั้นๆ คุณควรจะต้อง

รู้จัก หรือเห็นหน้าค่าตาบุคคลนั้นบ้าง ก่อนที่จะถึงวันงาน

– มีมาตรการรักษาความปลอดภัยให้หรือไม่ คุณจะต้องจ้างมาเองหรือเปล่า หรือทางเจ้าของสถานที่

จะจัดจ้างมาให้และเรียกเก็บค่าบริการเพิ่มจากคุณ

– นโยบายการขอยกเลิกการจองสถานที่จัดเลี้ยงเป็นอย่างไร (ข้อนี้สำคัญมาก เพราะบางสถานที่จะ

คืนเงินค่ามัดจำให้กับคุณ ถ้าหากคุณบอกยกเลิกเร็วพอที่เขาจะสามารถหาลูกค้ารายอื่นมาเช่า

สถานที่แทนคุณได้